ป้องกันโรคหัวใจได้ง่าย ๆ ภัยร้ายทำลายชีวิตได้มากที่สุด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจถือเป็นอวัยวะที่สำคัญมากที่สุดในร่างกายของเรา เพราะหัวใจจะมีหน้าที่ในการสูบฉีดเลือด เพื่อไปเลี้ยงอวัยวะทุก ๆ ส่วนในร่างกายนั่นเอง ดังนั้นหัวใจของเราจะเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้หัวใจจะเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีส่วนประกอบย่อย ๆ หลายส่วนด้วยกัน อย่างเช่น ลิ้นหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ รวมไปถึงระบบไฟฟ้าหัวใจ เพื่อให้หัวใจทำงานได้อย่างปกติ

โรคหัวใจ อันตรายถึงชีวิต

โรคหัวใจจะถือเป็นคำที่ครอบคลุมถึงภาวะความผิดปกติต่าง ๆ ของหัวใจ เพราะเมื่อหัวใจทำงานได้ไม่ดี ก็จะทำให้การสูบฉีดเลือดเพื่อไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เนื้อเยื่อ และเซลล์ของร่างกายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ส่งผลต่อระบบการทำงานอื่น ๆ ของร่างกายตามมา และเมื่อพูดถึงโรคหัวใจแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงโรคหลอดเลือดหัวใจมาเป็นอันดับแรก เพราะโรคนี้เป็นสาเหตุต้น ๆ ที่ทำให้คนเสียชีวิต อีกทั้งยังมีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี รวมถึงการตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจให้มากที่สุด

รู้จักกับโรคหัวใจ มีอาการอย่างไรบ้าง

สำหรับโรคหัวใจนั้น จะเป็นความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับหัวใจ ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ ลิ้นหัวใจ การนำไฟฟ้าของหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้การทำงานของหัวใจผิดปกติทั้งสิ้น และโรคหัวใจจะสามารถแบ่งออกมาได้เป็นหลายโรคด้วยกัน แต่ละโรคจะมีสาเหตุและอาการที่แตกต่างกันออกไป 

อาการของโรคหัวใจบางชนิดอาจจะมีความคล้ายคลึงกับโรคของระบบอื่น ๆ ในร่างกาย อย่างเช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาทและสมอง หรือระบบกล้ามเนื้อ เป็นต้น ดังนั้นการวินิจฉัยโรคหัวใจจำเป็นต้องตรวจและซักประวัติอย่างละเอียด เพื่อรู้ว่าเราเป็นโรคหัวใจโรคไหนนั่นเอง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ ที่เราสามารถควบคุมได้

การเกิดโรคหัวใจในปัจจุบัน จะมีปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจได้ง่าย ซึ่งจะแบ่งได้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เราสามารถควบคุมได้ และปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ อย่างเช่น อายุที่เพิ่มมากขึ้น พันธุกรรม เชื้อชาติ หรือเพศ เป็นต้น ที่เราจะไม่สามารถควบคุมต่อการเกิดโรคหัวใจได้ ในส่วนปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้มีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย
  • การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง
  • การไม่ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายไม่เพียงพอ
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • การสูบบุหรี่

หากเราเป็นโรคหัวใจนอกจากจะต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี และดูแลตัวเองให้ดีแล้ว เรายังจำเป็นต้องป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของการเป็นโรคหัวใจด้วยเช่นกัน เพราะเพียงแค่โรคหัวใจก็มีความอันตรายถึงชีวิตแล้ว แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นตามมา จะทำให้เกิดความเสี่ยงและความอันตรายมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

Related Post

วิธีถนอมสายตาสำหรับเด็กและวัยเรียน ในยุคที่ต้องใช้หน้าจอมากขึ้น

วิธีถนอมสายตาสำหรับเด็กและวัยเรียน ในยุคที่ต้องใช้หน้าจอมากขึ้นวิธีถนอมสายตาสำหรับเด็กและวัยเรียน ในยุคที่ต้องใช้หน้าจอมากขึ้น

การถนอมสายตาในเด็กและวัยเรียนในยุคดิจิทัล การถนอมสายตาสำหรับเด็กและวัยเรียนในยุคที่ต้องใช้หน้าจอมากขึ้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอัตราการใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพตาของเด็กและวัยเรียนอย่างมีนัยสำคัญ องค์การอนามัยโลก : มีอาการปวดหัวตึงตา ตาแห้ง และความรู้สึกไม่สบายจากการใช้งานที่มากเกินไป จากการศึกษาของ American Academy of Pediatrics พบว่าเด็กในวัยเรียนที่ใช้เวลาเกิน 4 ชั่วโมงต่อวันหน้าจอมีโอกาสเกิดอาการสายตาสั้นเพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง สายตาแห้ง สายตาแห้งเป็นอาการทั่วไปที่เกิดขึ้นจากการจ้องหน้าจอมากเกินไปจนลดการกระพริบตาลงตามธรรมชาติ การศึกษาโดย National Eye Institute ชี้ว่า

อาการตาแดง

อาการตาแดง: สาเหตุ การป้องกัน และการดูแลเบื้องต้นอาการตาแดง: สาเหตุ การป้องกัน และการดูแลเบื้องต้น

สาเหตุที่พบบ่อยของตาแดง อาการตาแดงเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการติดเชื้อ ภูมิแพ้ การระคายเคือง หรือปัญหาภายในดวงตาเอง สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่ เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งมักทำให้มีน้ำตาไหล ตาแฉะ หรือขี้ตาเพิ่มขึ้น การแพ้ เช่น ภูมิแพ้ตามฤดูกาล หรือการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ จะทำให้ตาคันและแดงโดยทั่วไป อีกสาเหตุคือการระคายเคืองจากควัน ฝุ่น คอนแทคเลนส์ที่ใส่ไม่ถูกวิธี หรือน้ำยาทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีสาเหตุรุนแรงกว่า เช่น การอักเสบภายในลูกตา ต้อหินเฉียบพลัน หรือการติดเชื้อที่กระจกตา ซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ทันที อาการร่วมที่ควรสังเกตและสัญญาณอันตราย ตาแดงอาจมาพร้อมอาการอื่น ๆ เช่น

พฤติกรรมทำร้ายดวงตาทุกวันโดยไม่รู้ตัวที่เร่งให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้น

พฤติกรรมทำร้ายดวงตาทุกวันโดยไม่รู้ตัวที่เร่งให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้นพฤติกรรมทำร้ายดวงตาทุกวันโดยไม่รู้ตัวที่เร่งให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้น

พฤติกรรมทำร้ายดวงตาทุกวันโดยไม่รู้ตัวที่เร่งให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้น จอประสาทตาเสื่อม ระบุว่า ผู้ที่ทานอาหารที่ขาดสารต้านอนุมูลอิสระและกรดไขมันโอเมก้า-3 จะมีความเสี่ยงต่อการพัฒนาภาวะจอประสาทตาเสื่อมถึง 30-40% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทานอาหารครบถ้วนและสมดุล การสูบบุหรี่และผลกระทบต่อดวงตา พฤติกรรมสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้น สารพิษในบุหรี่สามารถทำลายหลอดเลือดและเซลล์ประสาทในดวงตา การศึกษาจากสมาคมจักษุแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาพบว่าผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงเป็นจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD) สูงกว่าผู้ไม่สูบถึง 2-3 เท่า พฤติกรรมละเลยการตรวจสุขภาพตาและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น การไม่เข้ารับการตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอทำให้ไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้นได้ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการชะลอหรือรักษาการเสื่อมของจอประสาทตาได้อย่างทันท่วงที การตรวจตาเป็นประจำและการป้องกัน สมาคมจักษุแพทย์โลกแนะนำให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เข้ารับการตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมหรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น เบาหวาน