พฤติกรรมประจำวันกับสุขภาพตา: ความเสี่ยงที่ควรรู้และวิธีดูแลการมองเห็น
สุขภาพตาและการมองเห็นได้รับอิทธิพลจากพฤติกรรมที่ทำซ้ำทุกวัน เช่น การใช้หน้าจอต่อเนื่อง การอ่านในสภาพแสงไม่เหมาะสม การใส่คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี และการละเลยการตรวจตา องค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2020 มีผู้คนทั่วโลกอย่างน้อย 2.2 พันล้านคนมีความบกพร่องทางการมองเห็นระยะใกล้หรือระยะไกล และอย่างน้อย 1 พันล้านกรณีสามารถป้องกันหรือยังไม่ได้รับการดูแลที่จำเป็น ตัวเลขนี้ชี้ว่าการป้องกันและตรวจพบปัญหาแต่เนิ่น ๆ สำคัญมาก บทความนี้อธิบายความเสี่ยงจากกิจวัตรทั่วไป แนวทางลดอาการล้าตา การดูแลคอนแทคเลนส์ และสัญญาณที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญ
พฤติกรรมประจำวันส่งผลต่อสุขภาพตาอย่างไร
สุขภาพตาหมายถึงภาวะที่ดวงตาและระบบการมองเห็นทำงานได้เหมาะสม รวมถึงการไม่มีโรคหรือความผิดปกติที่กระทบการมองเห็น พฤติกรรมบางอย่างทำให้เกิดอาการชั่วคราว เช่น ตาแห้งและล้าตา ขณะที่ปัจจัยอื่น เช่น การสูบบุหรี่ รังสีอัลตราไวโอเลต หรือการควบคุมโรคเรื้อรังไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตาในระยะยาว ทั้งนี้ผลกระทบแตกต่างกันตามอายุ โรคประจำตัว และสภาพแวดล้อม
ใช้หน้าจอนานและกะพริบตาน้อย
การจ้องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือแท็บเล็ตนาน ๆ อาจทำให้เกิดอาการล้าตาจากการใช้หน้าจอ เช่น ตาแห้ง แสบตา มองพร่า ปวดศีรษะ หรือปวดบริเวณคอและไหล่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการเพ่งต่อเนื่องและกะพริบตาน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าหน้าจอทำให้ทุกคนสายตาเสียถาวรโดยตรง แต่อาการที่เกิดซ้ำอาจรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิต
สถาบันจักษุแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้พักสายตาเป็นระยะ โดยแนวทางที่นิยมใช้คือกฎ 20-20-20: ทุก 20 นาที มองวัตถุที่อยู่ห่างประมาณ 20 ฟุต หรือราว 6 เมตร เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที แนวทางนี้ช่วยให้หยุดเพ่งชั่วคราว แต่ไม่ใช่การรักษาโรคตา หากอาการไม่ดีขึ้นควรตรวจประเมิน
อ่านหนังสือในท่าหรือแสงที่ไม่เหมาะสม
การอ่านในที่มืดหรือถือหนังสือใกล้เกินไปอาจทำให้ต้องเพ่งมากขึ้นและเกิดความไม่สบายตาชั่วคราว แต่หลักฐานไม่ได้ยืนยันว่าการอ่านในแสงน้อยเพียงอย่างเดียวทำให้ตาบอดหรือทำลายดวงตาอย่างถาวร ควรจัดแสงให้พอดี ลดแสงสะท้อน วางหนังสือหรือจอในระยะที่อ่านสบาย และปรับขนาดตัวอักษรแทนการโน้มตัวเข้าใกล้
อยู่กลางแจ้งน้อยและเพ่งระยะใกล้เป็นเวลานาน
สายตาสั้นมักเริ่มในวัยเด็กหรือวัยรุ่น และมีทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมกับสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้อง งานทบทวนหลักฐานขององค์การอนามัยโลกกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมระยะใกล้กับสายตาสั้น ขณะเดียวกันการใช้เวลานอกบ้านอาจช่วยลดโอกาสเริ่มเกิดสายตาสั้นในเด็กได้ หลักฐานเรื่องการป้องกันไม่ใช่การรับประกันผล และเด็กที่มองกระดานไม่ชัด หรี่ตา หรือปวดศีรษะบ่อยควรได้รับการตรวจสายตา
พฤติกรรมเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสเกิดปัญหาตา
นอกจากการใช้สายตาแล้ว สุขภาพโดยรวมและวิธีดูแลดวงตาก็มีส่วนสำคัญ การป้องกันจึงควรครอบคลุมทั้งการลดการสัมผัสสิ่งระคายเคือง การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย และการควบคุมโรคที่มีผลต่อหลอดเลือดและจอประสาทตา
ขยี้ตาและสัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด
การขยี้ตาอาจทำให้ผิวตาระคายเคือง และเพิ่มโอกาสนำเชื้อหรือสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ดวงตา ผู้ที่คันตาจากภูมิแพ้ควรหลีกเลี่ยงการขยี้ ใช้การประคบเย็น และขอคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์เกี่ยวกับยาที่เหมาะสม หากมีอาการปวดตา แพ้แสง หรือมองเห็นลดลง ไม่ควรซื้อยาหยอดตาที่มีตัวยาสเตียรอยด์มาใช้เอง
ใส่คอนแทคเลนส์ผิดวิธี
คอนแทคเลนส์เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สัมผัสผิวตาโดยตรง การใส่นอน ใช้น้ำประปาล้างเลนส์ ว่ายน้ำหรืออาบน้ำขณะใส่เลนส์ และใช้เกินกำหนด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่กระจกตา ซึ่งบางกรณีรุนแรงจนกระทบการมองเห็น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ แนะนำให้ล้างมือก่อนจับเลนส์ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับคอนแทคเลนส์ตามคำแนะนำ และเปลี่ยนตลับเลนส์เป็นประจำ
ละเลยแว่นกันแดดและอุปกรณ์ป้องกัน
รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาเมื่อได้รับสะสม ควรเลือกแว่นกันแดดที่ระบุว่าป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ 99–100 เปอร์เซ็นต์ หรือป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีได้ครบ ไม่ควรตัดสินจากความเข้มของสีเลนส์เพียงอย่างเดียว สำหรับงานช่าง กีฬา หรือกิจกรรมที่มีเศษวัสดุกระเด็น ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันดวงตาที่เหมาะกับความเสี่ยง
สูบบุหรี่และควบคุมโรคเรื้อรังไม่ดี
การสูบบุหรี่สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของโรคตาบางชนิด รวมถึงต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อมตามวัย ส่วนโรคเบาหวานอาจทำให้หลอดเลือดที่จอประสาทตาเสียหายและเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาได้ การควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และไขมันตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการตรวจจอตาตามนัด เป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยง
แนวทางดูแลและป้องกันปัญหาการมองเห็น
การดูแลที่ได้ผลควรทำได้จริงและต่อเนื่อง โดยปรับสภาพแวดล้อมควบคู่กับพฤติกรรมสุขภาพ และไม่ใช้วิธีดูแลทั่วไปแทนการตรวจวินิจฉัยเมื่อมีอาการผิดปกติ
จัดการใช้หน้าจอและสภาพแวดล้อม
- พักสายตาเป็นระยะ และมองไกลจากหน้าจอเป็นครั้งคราว
- วางจอให้ห่างในระยะที่อ่านได้สบาย ปรับขนาดตัวอักษรและความสว่างให้เหมาะกับห้อง
- หลีกเลี่ยงแสงสะท้อนจากหน้าต่างหรือหลอดไฟ และจัดหน้าจอไม่ให้สว่างจ้ากว่าสภาพแวดล้อมมากเกินไป
- กะพริบตาให้เต็มจังหวะ หากอยู่ในห้องปรับอากาศนานอาจพักเป็นช่วง ๆ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาการตาแห้ง
ดูแลคอนแทคเลนส์และสุขอนามัย
- ล้างและเช็ดมือให้แห้งก่อนสัมผัสเลนส์
- ใช้น้ำยาสำหรับคอนแทคเลนส์ตามคำแนะนำ ไม่ใช้น้ำประปาหรือน้ำลาย
- ถอดเลนส์ก่อนนอน ว่ายน้ำ หรืออาบน้ำ เว้นแต่ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำเป็นอย่างอื่น
- ปฏิบัติตามกำหนดเปลี่ยนเลนส์และตลับเลนส์ หากตาแดง ปวด หรือแพ้แสง ให้ถอดเลนส์และรีบขอคำแนะนำทางการแพทย์
ตรวจตาตามความเสี่ยงและช่วงวัย
การตรวจตาช่วยค้นหาความผิดปกติที่อาจยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะผู้มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ประวัติครอบครัวเป็นโรคตา ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่สายตาเปลี่ยนเร็ว ความถี่ในการตรวจขึ้นกับอายุ อาการ โรคประจำตัว และคำแนะนำของจักษุแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านสายตา ไม่จำเป็นต้องใช้กำหนดเวลาเดียวกันกับทุกคน
ส่งเสริมสุขภาพโดยรวม
การไม่สูบบุหรี่ รับประทานอาหารหลากหลายที่มีผักและผลไม้ ออกกำลังกาย และควบคุมโรคเรื้อรังตามแผนรักษา ช่วยสนับสนุนสุขภาพโดยรวมรวมถึงสุขภาพตา อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมหรือวิตามินไม่สามารถทดแทนการตรวจและการรักษาโรคตาได้ และไม่ควรเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ขนาดสูงโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
อาการเตือนที่ควรได้รับการตรวจ
ควรพบจักษุแพทย์หรือไปสถานพยาบาลโดยเร็ว หากมีอาการต่อไปนี้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นฉับพลันหรือรุนแรง
- การมองเห็นลดลงหรือพร่ามัวอย่างฉับพลัน
- เห็นแสงวาบ จุดดำหรือหยากไย่เพิ่มขึ้นทันที หรือมีเงาคล้ายม่านบังสายตา
- ปวดตารุนแรง ตาแดงมาก หรือแพ้แสงร่วมกับการมองเห็นผิดปกติ
- ได้รับบาดเจ็บ มีสารเคมีกระเด็นเข้าตา หรือสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมฝังในตา
- ผู้ใส่คอนแทคเลนส์มีอาการปวดตา ตาแดง หรือมองไม่ชัด
อาการฉุกเฉินไม่ควรรอให้หายเองหรือหยอดยาที่เหลือจากครั้งก่อน หากสารเคมีกระเด็นเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านทันทีและรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์
สรุป: ปรับกิจวัตรวันนี้เพื่อถนอมการมองเห็น
พฤติกรรมประจำวันที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพตา ได้แก่ การใช้หน้าจอและเพ่งระยะใกล้ต่อเนื่อง การดูแลคอนแทคเลนส์ไม่ถูกสุขลักษณะ การสัมผัสรังสียูวี การสูบบุหรี่ และการละเลยโรคเรื้อรัง แนวทางป้องกันที่ทำได้คือพักสายตา จัดแสงให้เหมาะสม ใช้อุปกรณ์ป้องกันแดดและการบาดเจ็บ ดูแลเลนส์อย่างถูกวิธี ไม่สูบบุหรี่ และตรวจตาตามความเสี่ยง หากเกิดการเปลี่ยนแปลงของการมองเห็นหรือมีอาการปวดตา ควรรับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญแทนการวินิจฉัยด้วยตนเอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: องค์การอนามัยโลก รายงานการมองเห็นโลกและข้อมูลความบกพร่องทางการมองเห็น; สถาบันจักษุแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ข้อมูลอาการล้าตาจากการใช้หน้าจอ; ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ แนวทางความปลอดภัยในการใช้คอนแทคเลนส์; องค์การอนามัยโลก รายงานหลักฐานเกี่ยวกับสายตาสั้นและการใช้ชีวิตในวัยเด็ก
